การปลดปล่อยพลังแห่งอัจฉริยภาพที่ซ่อนเร้นในตัวของทีมงานและประสานก่อให้เกิดเป็นความรู้ความสามารถที่สร้างสรรค์ Innovation เพื่อพิชิตความท้าทายที่ใคร ๆ ก็คิดว่าเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ เป็น Intellecutal Competencies ของการสร้างความได้เปรียบของการแข่งขันขององค์กรที่ต้องบริหารการเปลี่ยนแปลงในโลกของ Hi-Tech Hi-Touch
กระแสของการเปลี่ยนแปลงในยุค Internet ทำให้รูปแบบของการบริหารทีมงานในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว จากรูปแบบของโครงสร้างที่มีรูปแบบแน่นอนและเด่นชัดไปเป็นการสร้างทีมงานที่ต้องมีความสามารถในการประกอบทีม แยกสลายตัวและสามารถไปฟอร์มรูปแบบใหม่ในการทำงานที่มีที่ต้องปรับตัวให้เข้ากับกระแสที่ผกผันอยู่ตลอดเวลา
กรอบความคิดใหม่ของการสร้างทีมงานเป็นสิ่งที่ผู้บริหารของหลายองค์กรกำลังแสวงหาคำตอบเพื่อที่จะขับพลังแห่งอัจฉริยภาพที่ซ่อนเร้นที่อยู่ภายในให้กลายเป็น Intellectual competencies เพื่อการสร้างความได้เปรียบขององค์กรในยุค Hi-Tech Hi-Touch
อัจฉริยภาพที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในทีม
ในการสร้าง Hi-Trust Hi-Performance Team จำเป็นที่จะต้องเข้าใจพื้นฐานของพลังที่อยู่ในทีมเสียก่อนว่าความถนัดพื้นฐานเชิงอัจฉริยภาพนั้นอยู่ในมิติไหน เพราะการประกอบภาพเป็นทีมนั้นมิใช่แค่มีกลุ่มคนมาอยู่ด้วยกัน
แต่ต้องสามารถที่จะต้องผนึกกำลังเปรียบเสมือนเหลี่ยมของเพชรเมล็ดงามที่ถูกจัดมุมให้เกิดการกระจายแสงให้เจิดจรัสที่สุด
จากศึกษาของวิจัยร่วมกันระหว่างผู้เขียนกับ Dr. Ned Hermann เจ้าของ Whole brain technology ซึ่งทำการวิเคราะห์ความถนัดเชิงอัจฉริยภาพมามากกว่า 3 ล้านคนทั่วโลก พบว่าความถนัดถ้าแบ่งตามพื้นฐานของการทำงานของสมองนั้นแบ่งได้เป็น 4 ส่วนคือ ความสามารถในการเป็นนักจินตนาการ, นักคิด, นักจัดการและนักประสาน ซึ่งการสร้างความถนัดให้กลายเป็นพลังแห่งอัจฉริยภาพนั้นเป็นการสั่งสมความถนัดไว้ในสมองของเรา
ถ้าท่านผู้อ่านสนใจแนวทางการสร้างกลยุทธ์ในการขับพลังแห่งอัจฉริยภาพ สามารถศึกษารายละเอียดจากผู้ที่ประสบความสำเร็จในตัวอย่างของหนังสือ “พลังแห่งอัจฉริยภาพ” ซึ่งหาได้จาก People Magazine หรือตามร้านหนังสือทั่วไป
ถ้าทุกคนในทีมงานรู้จักความถนัดและจุดด้อยของตัวเอง การประสานพลังจากทุกคนในทีมสามารถทำได้โดยง่ายถ้านำเอากระบวนการที่ถูกต้องมารวมพลังเพื่อให้เกิดทีมงานที่เต็มเปี่ยมไปด้วยอัจฉริยภาพ
ถ้าสังเกตดูองค์กรชั้นนำในวงการ Hi-tech Hi-touch อย่าง Microsoft นั้น บิลล์ เกตส์ ผู้ก่อตั้งและเป็นประธานกรรมการบริหารตลอดจนเป็นบุคคลที่ถือว่าร่ำรวยที่สุดในโลกในปัจจุบันนี้ใช้เวลาในการสร้างเนื้อสร้างตัว 20 ปี จากบริษัท Software เล็ก ๆ มาจนเป็นบริษัทที่มีค่ามากกว่า 400 ล้านเหรียญสหรัฐในปัจจุบันนี้ในขณะที่มีพนักงานทั่วโลกเพียง 20,000 คนเท่านั้น
ผู้เขียนเองได้มีโอกาสเป็นที่ปรึกษาทางด้านการพัฒนาบุคคลากรของไมโครซอพท์และได้ตระหนักถึงแนวทางที่ คุณอาภรณ์ ศรีพิพัฒน์ ผู้ก่อตั้งไมโครซอพท์ที่เมืองไทยใช้หลักการในการเลือกสรรคนแบบเดียวกับที่บิลล์เลือก
นั่นก็คือ เลือกคนที่มี Passion หรือเป็นคนที่มีไฟและมีความสนุกรักที่จะสร้างสิ่งใหม่ ๆ ขึ้นมาจากความคิดและฝีมือของเขาเอง ซึ่งเป็นพื้นฐานที่สำคัญมาก
เราจะสังเกตได้จากตัวเขาเองที่เป็นผู้นำองค์กรซึ่งมีคนเคยถามว่า "รวยขนาดนี้แล้วทำไมถึงยังทำงานอยู่" บิลล์กลับให้ข้อคิดที่สำคัญก็คือ “สิ่งที่ผมทำก็คือตัวผม เป็นสิ่งที่ผมรักและนี้ก็คือชีวิตผม”
ถ้าเรามี Passion กับงานที่ทำก็จะเป็นก้าวแรกและก้าวสำคัญในการปลดปล่อยพลังแห่งอัจฉริยภาพให้เกิดขึ้น เพราะพลังขับเคลื่อนตัวสำคัญนี้จะสร้างความมุ่งมั่นในการปลุกพลังที่ซ่อนเร้นในตัวด้วยคำมั่นสัญญาและความกล้าที่จะเดินทางไปในทิศที่แม้คนอื่นยังไม่เคยเดินหรือสร้างสิ่งใหม่ ๆ ที่คนอื่นไม่เคยทำมาก่อนด้วยความสนุก
กระบวนการในการสร้าง Hi-Trust Hi-Performance Team
การดึงเอาพลังแห่งอัจฉริยภาพที่ซ่อนเร้นอยู่ออกมาเป็นศักยภาพในการสร้างความสำเร็จเป็นพื้นฐานสำคัญในกระบวนการสร้างทีมงาน เพราะเมื่อทุกคนเข้าใจจุดเด่นและจุดด้อยแล้วจำเป็นที่จะต้องเริ่มต้นกระบวนการ
ด้วยขั้นตอนที่สำคัญ 4 ประการดังคำว่า “T-E-A-M” นั่นก็คือ
1. Trust นั่นก็คือ มีความเชื่อมั่นและเคารพความสามารถของคนในทีมตลอดจนมีพื้นฐานในการวางแนวทางเพื่อสร้างความสำเร็จที่เกื้อกูลกัน
2. Envision นั่นก็คือ การสร้างพลังแห่งเป้าประสงค์ร่วมกันโดยเปลี่ยน Passion ส่วนบุคคลด้วยการร่วมพลังและสร้างวิสัยทัศน์สู่ความสำเร็จของทีมร่วมกัน (Envision) ตลอดจนสร้างทำนองและจังหวะที่สร้างการปลุกใจให้เกิดพลังจากทุกคนในทีม
3. Add on นั่นคือ การต่อยอดความสามารถจากความคิดของผู้ร่วมทีม ยิ่งถ้าทีมมีความหลากหลายและแตกต่างก็จะทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์และแนวนวัตกรรมใหม่ๆในการสร้างแนวทางสู่เป้าหมายที่วางไว้
4. Maturity นั่นคือ การสร้างวุฒิภาวะในการประสานพลังของทีมให้เกิดการเจริญเติบโตและเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลา
ถ้าเปรียบกระบวนการในการสร้างทีมงาน (T-E-A-M Process) ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังและคุณภาพก็เสมือนการสร้างวงดนตรีที่ต้องประสานอัจฉริยภาพของผู้เล่นในวงที่มีความถนัดในชิ้นดนตรีที่แตกต่างกัน
สิ่งแรกที่ต้องทำก็คือมีการเชื่อมั่นและมีความมั่นใจในฝีมือ
พร้อมทั้งรู้จักความถนัดและสิ่งที่ไม่ชอบของทุกคนในวงดนตรี บางคนชอบอยู่เบื้องหลังการถ่ายทำอยากเล่นกลองอยู่ด้านหลัง ในขณะที่อีกคนมีความสามารถในการเป็นนักร้องและมีความสามารถในการเข้าถึงจิตใจคนดูและสร้างบรรยากาศของความสนุกร่วมกัน
แต่ที่สำคัญจะต้องมีโน็ตเพลงหรือวิสัยทัศน์ที่ร่วมกันตลอดจนต้องรู้จักจังหวะและลีลาของการเล่นของทีมงานในรูปแบบของการผสมผสานที่สามารถขับอัจฉริยภาพได้อย่างเต็มรูปแบบ
" แม้จะอยู่ในสภาวะของการแข่งขัน คู่แข่งจะผลักดันให้เรารู้จักบางสิ่งบางอย่างที่เป็นพลังซ่อนเร้นอยู่ในทีมงานแต่ไม่เคยนำออกมาใช้ "
คุณอาภรณ์ ศรีพิพัฒน์ ผู้ก่อตั้งไมโครซอพท์แห่งประเทศไทยได้เคยเปรียบเทียบให้ผู้เขียนฟังว่า “ดนตรีในหัวใจของคนไมโครซอพท์ก็คล้ายกับการเล่น ดนตรี Jazz ที่มีการ Jamming เพื่อสร้าง Innovation อยู่ตลอดเวลา
ถ้าทีมงานเข้ามาประชุมร่วมกันทุกความคิดในที่ประชุมนั้นสำคัญมาก ทุกคนต้องแสดงความคิดเห็นและต้องมีความสามารถในการ
กระบวนการที่สำคัญในการประสานจะเริ่มต้นไม่ได้หากทีมงานแต่ละคนมิได้เคารพในความต่างของทีมงานและไม่เชื่อมั่นในฝีมือ ตลอดจนไม่รู้ใจกันว่าสไตล์ในความถนัดนั้นคืออะไร ผู้นำทีมที่เก่งก็จะเปรียบเสมือนหัวหน้าวงที่ต้องคอยดูความสัมพันธ์ของความถนัด สไตล์ใจ และเอกลักษณ์ให้เกิดการประสานที่ละมุนละม่อม ตลอดจนยังคงไว้ซึ่งอัจฉริยภาพของแต่ละคน
นอกเหนือจากนั้นวุมิภาวะในการเข้าอกเข้าใจความรู้สึกพร้อมทั้งการสร้างความเรียนรู้เพื่อพัฒนาทีมงานสู่มิติใหม่ ๆ จำเป็นอย่างมากในยุคของการแข่งขันที่ไร้พรมแดน
วัฒนธรรมที่ Develop และ Retain ทีมงานอัจฉริยะ
สถาปัตยกรรมในการสร้างบรรยากาศเพื่อขับพลังของทีมทั้งยังหล่อหลอมให้ทีมงานมีใจและประสานความต่างให้ก่อเกิดเป็นผลรวมที่ Extra ordinary กว่าเดิมเป็นปัจจัยที่สำคัญในการ Develop และ Retain ทีมงาน
ผู้เขียนได้ข้อคิดที่ดีในการสร้างสถาปัตยกรรมจาก คุณจิรพรรณ อังศวานนท์ ผู้แต่งเพลง “รักคือคำ ๆ นี้” ในโฆษณา Nescafe และเป็นผู้ร่วมก่อตั้งวงฟองน้ำกับ อาจารย์ บรูซว่า รูปแบบวงฟองน้ำคือ บรรยากาศของการผสมผสานดนตรี
ไทยกับเทศที่สามารถสร้างความมหัศจรรย์ของการผสมผสานอัจฉริยภาพของนักดนตรีไทยและเทศในเอกลักษณ์ของการผสมผสานใหม่ ซึ่งในบรรยากาศใหม่นั้นยังช่วยเสริมและสร้างหัวใจของนักดนตรีให้สะใจกับการเล่นด้วย
บางครั้ง Hi-Technology ก็เปรียบเสมือนดนตรีตะวันตก Hi-Touch ก็เปรียบเสมือนดนตรีไทยที่ถ้าวงไหนสามารถผสมผสานบรรยากาศความต่างได้อย่างกลมกลืนดั่งวงฟองน้ำก็จะสร้างความพร้อมในการประสานทีมงานเต็มไปด้วยแนวความคิดใหม่พร้อมใจที่เปิดให้แก่กัน
นอกเหนือจากนั้นทักษะของทีมงานไม่ว่าจะเป็นการมีการบริหารการสื่อสาร การบริหารเวลา การบริหารโครงการ และการเปลี่ยนแปลง ความมีวุฒิภาวะของความเป็นผู้นำและแสวงหาความรู้ใหม่ ๆ ก็ล้วนแต่เป็นส่วนที่ประกอบให้ทีมสามารถสร้างความเป็นมืออาชีพได้โดดเด่นยิ่งขึ้น
สำหรับในกรณีของ ม.ล.ชัยวัฒน์ ชยางกูร ผู้เป็น Conductor หรือ กรรมการผู้จัดการใหญ่ของบริษัท Compaq (Thailand) ได้คุยกับผู้เขียนไว้ในหนังสือ “พลังอัจฉริยภาพ” โดยปัจจุบันนี้องค์กรของ Compaq เกิดจากการรวมตัวของบริษัทยักษ์ใหญ่ 2 ค่ายนั่นก็คือ Compaq และ Digital
ในการ Conduct เอาศิลปิน 2 ค่ายคือ Compaq ซึ่งสไตล์การเล่นเป็นแบบของ Pop มารวมกับ Digital ซึ่งเล่นในสไตล์ Rock N Roll จะต้องสร้าง โครงสร้างของสถาปัตยกรรมของ Culture เพื่อที่จะสามารถดึงเอาความเด่นของนักดนตรีมาเล่นในวัฒนธรรม Compaq ยุคใหม่ที่เป็นแนวผสมของการเน้น Hi-Tech Lean Distribution ในโลกของ Compaq ซึ่งเป็นเครื่องขนาดเล็ก และ Hi-Touch Professional Services ในโลกของมืออาชีพจาก Digital
องค์กรที่ Hi-tech มักจะนำเอาความสามารถเหล่านี้ของทีมเก็บใส่ไว้ใน Skill Database เพื่อที่จะได้รู้ได้ด้วย Hi-touch ว่า Intellectual Competencies ขององค์กรนั้นอยู่ที่ไหน และเขาเหล่านั้นมีเวลาว่างที่สามารถจะมาร่วมทีมงานหรือไม่
ที่สำคัญก็คือเราได้ใช้เขาจน Burn-out หรือเปล่า เพราะคนที่เก่งมักจะถูกใช้งานหนักจนบางครั้งไม่มีเวลาพักผ่อนและแสวงหาความรู้ใหม่ ๆ
สิ่งที่สำคัญอีกอย่างที่หลายทีมมักจะลืมในการสร้างสรรค์ให้หัวใจของทีมงานพองโตอย่างต่อเนื่องก็คือ การสนับสนุนให้เกิดโครงสร้าง ระบบงาน ตลอดจนผลตอบแทนที่เหมาะสม เพื่อขับพลังแฝงที่ซ่อนเร้นออกมาให้ได้อย่างเต็มกำลัง
มีหลายครั้งที่ผู้บริหารมักจะพูดแต่ปากว่าทำงานเป็นทีมแต่ให้รางวัลหรือยกย่องศิลปินเดี่ยว หรือ Hero
เพียงคนเดียว สิ่งสนับสนุนเหล่านี้เปรียบเสมือนความศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้นำทีมต้องทั้งคิด ทั้งสนับสนุนเพื่อที่จะทำให้ทีมงานขับเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างไม่ต้องเหลียวหลัง
ทีมงานที่เล่นเข้าขากันถึงขนาดที่เรียกว่า Hi-trust Hi-performance team มักจะบรรยายตัวเองถึงจุดมหัศจรรย์นี้ว่า เราเล่นด้วยความสนุกแม้จะอยู่ในสภาวะของการแข่งขัน คู่แข่งจะผลักดันให้เรารู้จักบางสิ่งบางอย่างที่เป็นพลังซ่อนเร้นอยู่ในทีมงานแต่ไม่เคยนำออกมาใช้
ทีมกีฬาหลายทีมโดยเฉพาะอย่างยิ่งทีมบาสเกตบอลที่ประสบความสำเร็จได้บรรยายเหตุการณ์นี้ว่าเสมือนการเล่นใน Mode ของ Slow motion ที่ทุกจังหวะข้างหน้าเราสามารถคาดการณ์ได้ว่าลูกจะไปอยู่ที่ไหน และทีมงานของเราควรส่งลูกไปในตำแหน่งเพื่อทำคะแนนได้อย่างสะใจ
ถ้าทีมงานสามารถเข้าขากันได้ถึงมิติตรงนี้ทีมงานจะทำงานด้วยความสนุกและจะไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเพราะรู้จังหวะและใจของคนในทีมงาน
ในกระแสของนวัตกรรมและโลกาภิวัฒน์ เราคงจะหลีกเลี่ยงโลกการปรับสร้างองค์กรให้เข้าไปอยู่ในรูปแบบของ Hi-Tech และ Hi-Touch ไม่ได้
แต่สิ่งที่เราทำได้ก็คือการสร้างความพร้อมในการสร้าง ทีม Hi-trust และ Hi-Performance เพื่อสร้างพื้นฐานของความเป็นมืออาชีพให้กับคนไทยยุคใหม่ที่ต้องไปต่อสู้กับสังคมโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------
http://www.e-apic.com/article/Five.htm
อ้างอิง Copyright reserved by Kris Ruyaporn, Asia Pacific Innovation Center Co.,ltd.
Article : การสร้างทีมงานอัจฉริยะ
BetMGM Casino Review - JammyHub
ตอบลบBetMGM 수원 출장안마 Casino is 광주광역 출장안마 an online gaming platform that has launched since 2009. 수원 출장안마 You can 포항 출장마사지 play in demo mode, test new games, and watch live 안산 출장샵