ข้อ 1 1.1 สรุปเป็นบทความเชิงวิชาการ ความยาวไม่เกิน 1 ½ หน้า กระดาษ A4
การสร้างพลังอำนาจในการบริหารการพยาบาล
การปฏิรูประบบบริการสุขภาพของประเทศไทยส่งผลให้ประชาชนเข้าถึงบริการสุขภาพที่ได้มาตรฐานอย่างทั่วถึง โดยรับกำหนดมาตรฐานกลุ่มบริการที่จำเป็นที่ประชาชนทุกคนจะสามารถเข้าถึงได้เมื่อเกิดความจำเป็น และระบบสุขภาพนั้นเป็นระบบที่พยาบาลซึ่งเป็นบุคคลที่มีกลุ่มใหญ่ที่สุดในระบบสุขภาพเป็นแรงขับเคลื่อนและพัฒนาสุขภาพของประชาชนให้บรรลุเป้าหมายของการมีสุขภาพดีของประชาชน กลุ่มบริการหลักที่จำเป็นครอบคลุมต้องแต่การส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค การรักษา พยาบาล และการฟื้นฟูสภาพ เพื่อการมีสุขภาพดีถ้วนหน้าและเน้นการรักษา “คน” ไม่ใช่ดูแลเพียงแต่ ” ไข้” การที่จะสามารถสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่าจะสามารถมีที่พึ่งที่สามารถพึ่งได้อย่างแท้จริง ประชาชนจะต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาในฐานะผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และรับผลประโยชน์โดยตรง เป็นระบบที่ประชาชนต้องการอย่างแท้จริง การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวส่งผลต่อการบริหารการพยาบาลด้วยเช่นกัน สภาการพยาบาลได้จัดทำแนวทางการปฏิรูประบบบริการทั้งในด้านปฐมภูมิ ทุติยภูมิ ตติยภูมิ และการปฏิรูประบบบริหารการพยาบาลในอนาคต ดังนี้
1. เป็นระบบการบริหารการพยาบาลที่เน้นการมีส่วนร่วนของพยาบาลผู้ปฏิบัติงาน
2. มีระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารงานที่สมบูรณ์
3. พัฒนาองค์การให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้
4. ใช้ทรัพยากรบุคคลให้คุ้มค่า
5. มีเครือข่ายความร่วมมือ
จากการปฏิรูปดังกล่าว ทำให้องค์กรพยาบาลเกิดการเปลี่ยนแปลง และมีแรงต้านจากกลุ่มผู้ไม่เข้าใจและไม่ได้รับการชี้แจงให้เกิดความเข้าใจอย่างถ่องแท้ การที่พยาบาลกลุ่มใหญ่จะสามารถปฏิบัติงานมีประสิทธิภาพได้ตามเจตนารมณ์ของแนวการปฏิรูประบบบริการการพยาบาลนั้น ผู้บริหารการพยาบาลจะเป็นผู้มีบทบาทสำคัญ เป็นแกนในการขับเคลื่อนให้เกิดการผสมผสานการปฏิบัติงานปกติกับแนวคิดใหม่เพื่อไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่สำเร็จโดยการสร้างพลังอำนาจให้เกิดขึ้นกับผู้ปฏิบัติการพยาบาลทุกระดับ และให้ปฏิบัติงานด้วยความสุข
บทบาทของผู้บริหารการพยาบาล
Peter G. Northouse <2004> ได้เสนอว่า ผู้บริหารที่มีประสิทธิภาพจะต้องมีภาวะผู้นำควบคู่ผสมผสานในการบริหารงานด้วย และมีบทบาทสำคัญ ดังนี้
1. การกำหนดแนวทางในการปฏิบัติงานให้ชัดเจน(Establishing Direction)
2. การกำหนดงานของผู้ปฏิบัติให้เป็นแนวทางเดียวกัน(Aligning people )
3. การสร้างแรงจูงใจและแรงบันดาลใจในการปฏิบัติงาน(Motivation and Inspiring)
การสร้างพลังอำนาจนั้นเป็นกระบวนการที่ทำให้บุคคลมีความสามารถในการปฏิบัติงานให้บรรลุตามเป้าหมาย โดยได้รับอำนาจหรือการเสริมสร้างของบุคคลในการตอบสนองความต้องการของตนเอง และแก้ปัญหาด้วยตนเอง เพื่อให้เกิดความรู้สึกเชื่อมั่นและรู้สึกว่าตนมีอำนาจสามารถควบคุมความเป็นอยู่ของชีวิตได้
การสร้างพลังอำนาจการบริหารการพยาบาล
1. ส่งเสริมให้มีการปรับเปลี่ยนทัศนคติในการทำงานของผู้ปฏิบัติงานในองค์กร
- ไม่สั่งการแบบใช้อำนาจ(Powerless but empower)
- เน้นการทำงานที่สร้างสรรค์ในงานใหม่(Creative and Proactive )
- เน้นการทำงานที่เป็นกระบวนการและมีเนื้อหาสาระ(Process and Content)
- เน้นปริมาณงานและคุณภาพงาน(Quantity and Quality)
- การสร้างความรับผิดชอบ(Responsibility)
2. ปรับเปลี่ยนและส่งเสริมให้หน่วยงานเกิดการทำงานแบบทีมหรือเครือข่าย
-ให้ความรู้ (Education)
-การชี้นำเพื่อการตัดสินใจ(Reading to decision)
3. การสนับสนุน
4. การจัดหาทรัพยากรและการใช้แหล่งประโยชน์
การเสริมสร้างพลังอำนาจในการบริหารการพยาบาล เป็นบทบาทของผู้บริหารที่จะส่งผลต่อการพัฒนาศักยภาพของผู้ปฏิบัติงานทั้งในด้านความรู้ ความสามารถ และการปฏิบัติงานที่มีคุณภาพ โดยที่การสร้างพลังอำนาจของผู้บริหารนั้น เป็นการให้โอกาสผู้ปฏิบัติงานได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจ การกระจายความรับผิดชอบ การให้โอกาสควบคุมตนเอง ซึ่งทำให้ผู้ปฏิบัติได้รับการตอบสนองความต้องการส่วนตน ซึ่งเป็นปัจจัยขั้นพื้นฐานของแรงจูงใจ อันส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติงานทีมประสิทธิภาพและส่งผลต่อการบริการที่มีประสิทธิภาพ และเกิดความพึงพอใจของผู้ใช้บริการ
อ้างอิงจาก : วารสารพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ปีที่ 1, ฉบับที่ 1 (ส.ค. 2547), หน้า 7-13
1.2 กรอบแนวคิดทฤษฎีที่ใช้ในงานวิจัย
กรอบแนวคิดทฤษฎี
ในการบริหารการพยาบาลนั้น จะมีผู้บริหารที่ทำหน้าที่ในการบริหารอย่างเดียวไม่เพียงพอ จำเป็นต้องมีผู้บริหารการพยาบาล ซึ่งเป็นทั้งผู้บริหารและผู้นำทางการพยาบาลที่จะทำให้งานของหน่วยงานที่รับผิดชอบสำเร็จลงได้ตามเป้าหมายของหน่วยงานนั้น ผู้บริหารและผู้นำแตกต่างกัน โดยนัยสำคัญที่ ผู้บริหาร คือ บุคคลที่ต้องทำสิ่งต่าง ๆ ให้ถูกต้องตามที่หน่วยงานกำหนดกฎเกณฑ์ไว้ ในขณะที่ผู้นำ เป็นบุคคลที่ทำในสิ่งที่ถูกต้อง สิ่งใดที่ได้ไตร่ตรองแล้วว่าถูกต้องจึงทำ สิ่งที่ไม่ถูกต้องจะไม่ทำ เพราะผู้นำคือแบบอย่างของการปฏิบัติชอบ นอกจากนั้นผู้บริหารการพยาบาลที่มีภาวะผู้นำจะปฏิบัติงาน เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและเกิดแรงผลักดันในการปฏิบัติงานในองค์การให้สำเร็จตามเป้าหมายของหน่วยงาน
1.3 สรุปรายละเอียดเกี่ยวกับทฤษฏีที่ใช้ในงานวิจัย/วิทยานิพนธ์
รายละเอียดทฤษฎีที่ใช้ในงานวิจัย
การสร้างพลังอำนาจในการบริหารการพยาบาลนั้น ผู้บริหารการพยาบาลจะต้องเป็นผู้เริ่มต้นให้เกิดการสร้างพลังอำนาจแก่ผู้ปฏิบัติงานทุกคนในหน่วยงาน ซึ่งการเสริมสร้างพลังอำนาจนั้นเกี่ยวข้องกับการสร้างแรงจูงใจ ทั้งนี้ผู้บริหารจะต้องมีความเชื่อเป็นพื้นฐานว่า บุคคลเมื่อได้รับแรงจูงใจแล้ว จะมีความใส่ใจในการปฏิบัติงาน โดยที่พื้นฐานของแรงจูงใจนั้น เป็นสิ่งที่ผู้ปฏิบัติจะต้องตอบสนองความต้องการของเขาก่อน ซึ่ง Kalfa (1986,อ้างใน Tappen, 1995) ได้เสนอว่าปัจจัยที่จะเป็นแรงจูงใจพื้นฐานนั้น ประกอบด้วย
1. ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ
2. การได้รับโอกาสที่จะควบคุมตนเอง การตัดสินใจเอง
3. การได้รับเกียรติ ได้รับการยอมรับจากวงการงานอาชีพ
4. ความรู้สึกมีคุณค่าในตนเอง
5. ความรู้สึกของการได้รับความรักจากพวกพ้อง จากเพื่อน
ข้อ 2 นับตั้งแต่วินาทีเป็นต้นไป ถึงสิ้นเทอมปีการศึกษาภาคการเรียนที่ 1 / 2553 นักศึกษาจงวิเคราะห์ตนเองในเรื่องส่วนตัว การศึกษาในเทอมนี้ (25 คะแนน)
โดย 2.1 ตั้งเป้าหมายวัตถุประสงค์ ที่ต้องการทำให้บรรลุผลสำเร็จ
ตอบ 1. ตั้งใจเรียน ไม่มาเรียนสาย ไม่ขาดเรียน และตั้งใจฝึกปฏิบัติงาน
2. ข้อสอบแต่ล่ะวิชาให้ผ่านตามเกณฑ์ที่อาจารย์กำหนด
3. สอบใบประกอบวิชาชีพให้ผ่าน และมีงานทำที่มั่นคง
2.2 ใช้หลักการในการบริหารเวลาจัดทำตารางการทำงาน การเรียน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ต้องการ
วัน/เวลา 09.00-12.00น. /13.00-16.00น. / 20.00-23.00น. / 23.00-07.00น.
จันทร์ เรียนหนังสือ เรียนหนังสือ ทบทวนบทเรียน(การพยาบาลผู้ใหญ่ และผู้สูงอายุ 3) พักผ่อน
อังคาร เรียนหนังสือ เรียนหนังสือ ทบทวนบทเรียน(เศรษฐศาสตร์สุขภาพ) พักผ่อน
พุธ เรียนหนังสือ เรียนหนังสือ ทบทวนบทเรียน(การบริหารการพยาบาล) พักผ่อน
พฤหัสบดี เรียนหนังสือ เรียนหนังสือ ทบทวนบทเรียน(การรักษาพยาบาลเบื้องต้น) พักผ่อน
ศุกร์ เรียนหนังสือ เรียนหนังสือ ทบทวนบทเรียน(การพยาบาลครอบครัวและชุมชน 2) พักผ่อน
เสาร์ ทำการบ้าน ออกกำลังกายตอนเย็น ทบทวนบทเรียน พักผ่อน
อาทิตย์ ทำการบ้าน ออกกำลังกายตอนเย็น ทบทวนบทเรียน พักผ่อน
ข้อ 3 จากการที่นักศึกษาขึ้นฝึกปฏิบัติงานที่ตึกผู้ป่วยทุก Area ให้นักศึกษาทบทวนสถานการณ์ที่เป็นปัญหาขัดแย้ง (conflict) ในเชิงบริหาร 1 สถานการณ์ (25 คะแนน) โดย
3.1 ถ้านักศึกษาดำรงบทบาทหัวหน้าฝ่ายการพยาบาล หัวหน้าตึก หัวหน้าเวร หัวหน้าทีม และอยู่ในสถานการณ์นั้นๆ นักศึกษาจะแก้ไขสถานการณ์นั้นอย่างไร?
ตอบ สถานการณ์ : การฝึกงานวิชาสูติศาสตร์(LR)
- เมื่อมารดารอคลอดเข้าห้องน้ำแล้วเกิดการกระตุ้นการคลอดในมารดาที่มีภาวะเสี่ยง / ภาวะแทรกซ้อน
- การหยุดหายใจระหว่างรอคลอด
- การคลอดบนเตียงรอคลอดขณะทำคลอดมีภาวะคลอดยาก คลอดไม่ได้ มดลูกแตก
- ตกเลือดหลังคลอด
- ทารกคลอดมีปัญหาเกิดขึ้นใน 2 ชม.
ถ้าดิฉันเป็นหัวหน้าตึกจะบริหารจัดการ ดังนี้.
1. จัดอบรมเจ้าหน้าที่ให้มีความรู้ของระยะต่าง ๆ ของการคลอด หากมารดาปากมดลูกเปิดและเสี่ยงที่จะคลอดต้องไม่ให้ลุกเดินเข้าห้องน้ำเอง เสริฟหม้อนอนบนเตียงในรายที่มีประวัติคลอดง่ายตั้งครรภ์หลายครรภ์แล้วต้องระวังการคลอดเร็วเป็นพิเศษ
2. เจ้าหน้าที่มีความพร้อมในการทำทีม CPR โดยเฉพาะหัวหน้าทีมต้อง Manage ได้ว่าจะทำอะไรก่อนและทำ Flow การขอความช่วยเหลือไว้
3. จัดทำโครงการสถานการณ์จำลองการเกิดเหตุฉุกเฉินในห้องคลอด (Senalio) และประเมินบุคลการรายบุคคลเพื่อหาความสามารถ-ความพร่อง สิ่งที่ยังขาดสัญญาณฉุกเฉินในห้องน้ำผู้ป่วย
4. ประสานงานกับ CLT สูติฯ ร่วมทำแผนและ Flow การปฏิบัติการเกิดภาวะฉุกเฉินโดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องของเวลา
5. สร้างทัศนคติให้เจ้าหน้าที่ทุกคนตระหนักเฝ้าระวังการเกิดภาวะเสี่ยงมาก่อนแล้ว และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้รอคลอดที่ไม่มีภาวะ...........ที่มีสัญญาณบอกล่วงหน้า6. นำ case ที่มีปัญหามาร่วมกันทบทวนทุก case เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์เพิ่มทักษะจากเหตุการณ์จริง
3.2 นักศึกษาจะหาแนวทางป้องกันไม่ให้สถานการณ์นี้เกิดขึ้นอีกได้อย่างไร?
1. เพิ่มทักษะความรู้เจ้าหน้าที่ให้มีความสามารถเข้าใจในกระบวนการคลอด และภาวะที่อาจเกิดขึ้นในหญิงตั้งครรภ์
2. นำ case ที่มีปัญหามาร่วมกันทบทวน
3. นำข่าวที่ถูกฟ้องร้องจากความประมาทของเจ้าหน้าที่มาติดไว้เพื่อเป็นการเตือนสติและให้ตระหนัก
ครู ขอ full text ค่ะ
ตอบลบ